รายละเอียด Smart Farmer
ชื่อเกษตรกร
นายประสิทธิ์ ขึ้นภูเขียว
ที่อยู่
เลขที่บ้าน : 16  หมู่ที่ : 17  ชื่อหมู่บ้าน/อาคาร/ชุมชน : คลองชุมแสง  ตำบล/แขวง : กุดชุมแสง  อำเภอ/เขต : หนองบัวแดง  จังหวัด : ชัยภูมิ  รหัสไปรษณีย์ :-  โทรศัพท์ :-  เบอร์ติดต่ออื่นๆ :-
ต้นแบบสาขา
บัญชี
รายละเอียด

บทเรียนองค์ความรู้ด้านการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพ

 

การดำรงชีวิตก่อนรู้จักการบันทึกบัญชี

  เดิมนั้นนายประสิทธิ์  ขึ้นภูเขียว  ประกอบอาชีพหลักคือ ทำนา ในเนื้อที่  10 ไร่ เพียงอย่างเดียว โดยอาศัยทำกันเองในครอบครัว และจ้างเขาบ้างช่วงเริ่มเพาะปลูกและฤดูเก็บเกี่ยว  นอกจากนี้ ยังปลูกพริก พืชผักสวนครัวไว้กินและขาย  เมื่อหมดฤดูกาลก็จะไปรับจ้างหารายได้เพิ่ม   ปฏิบัติเช่นนี้มาเป็นเวลาหลายปี  ปีไหนฝนแล้ง  ของแพงหรือราคาข้าวตกต่ำ  เงินที่ได้มาก็ไม่ค่อยพอใช้กับรายจ่ายในครอบครัว  และมีหนี้สินที่จะต้องรับผิดชอบเสียดอกเบี้ยพร้อมต้นเงินอีกด้วย พอปี  2545  จึงเกิดความคิดว่า ทำอย่างไรดีที่จะทำให้ครอบครัวพออยู่พอกินไม่ขัดสนจนเกินไป  จึงเริ่มสนใจศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเกษตรทฤษฎีใหม่ คือ การทำเกษตรผสมผสาน ตามหลัก  *เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ  มีหลักปรัชญา 3 หลักการ (หลักความพอประมาณ  หลักความมีเหตุผล  หลักการมีภูมิคุมกัน)  และ 2 เงื่อนไข (เงื่อนไขความรู้  เงื่อนไขคุณธรรม)  เพื่อให้ประชาชนพออยู่พอกิน  สมควรแก่อัตภาพในระดับที่ประหยัดได้  ไม่อดอยากและเลี้ยงตนเองได้

              ได้สมัครใจเข้ารับการเรียนรู้ ฝึกอบรม และดูงานจากหน่วยงานราชการ เอกชน  สถาบันการศึกษา

ในจังหวัดชัยภูมิ อาทิ  พัฒนาที่ดิน  ประมง  ปศุสัตว์ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยภูมิ  มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาไทอีสานคืนถิ่น  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  เป็นต้น ได้ไปดูงานเกี่ยวกับการทำเกษตรผสมผสานจากหลายแห่ง อีกทั้งได้รับข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง   โดยได้นำมาปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง  ยึดหลักปรัชญา * เศรษฐกิจพอเพียง * รวมทั้งยังใช้แนวคิดจากการเป็นปราชญ์ชาวบ้านเป็นจุดเริ่มต้นทำเกษตรผสมผสานเป็นต้นแบบในชุมชน ทั้งนี้จะต้อง "ปลูกทุกอย่างที่เรากิน กินทุกอย่างที่เราปลูก”  

แนวคิดการเริ่มจดบันทึกบัญชีและการนำข้อมูลทางบัญชีมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ

             ระยะแรก ๆ  ขาดแคลนเงินทุน  จึงได้กู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  มาใช้จ่ายลงทุนในอาชีพ  อาทิเช่น  ทำนา  เลี้ยงปลาในนาข้าวและในบ่อรวม เลี้ยงหมู  เลี้ยงเป็ด  เลี้ยงไก่พื้นเมือง  เลี้ยงกบ  เพาะพันธุ์กบ เพาะเห็ดนางฟ้าจากฟางข้าว  ปลูกพริก - พืชผักสวนครัวต่างๆ  เป็นต้น โดยไถกลบตอซังเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน ทำติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี  ทำให้มีความรู้  ความชำนาญ                   มีทักษะและประสบการณ์เพิ่มขึ้นตามลำดับ  นอกจากนี้ ยังเริ่มจดบันทึกบัญชีรับ – จ่ายในครัวเรือนและต้นทุนแต่ละอาชีพ  ตั้งแต่ปี 2547  จนถึงปัจจุบัน  แล้วจะนำข้อมูลที่จดบันทึกบัญชีรับจ่ายในครัวเรือนและต้นทุนในแต่ละอาชีพมาดูย้อนหลัง  เพื่อตนจะได้รู้รายได้  รู้รายจ่ายในครัวเรือน  รู้ต้นทุนอาชีพ  รู้กำไรขาดทุนในการประกอบอาชีพ  รู้หนี้สิน  รู้ว่ามีเงินเหลือมากน้อยเพียงไร  เพื่อหาวิธีจะควบคุมรายจ่าย หรือวางแผนที่จะลงทุนเพิ่มอย่างไร  เมื่อนำข้อมูลมาดูปรากฏว่า  ยังมีรายจ่ายในการลงทุนในอาชีพและค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่จำเป็นที่ต้องใช้จ่าย เลี้ยงดูบุตรทั้ง 3 ก็ยังคงเพิ่มขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย  ยาปราบศัตรูพืช  สินค้าอุปโภคบริโภคทีต้องกินต้องใช้มีการปรับราคาขึ้นมาก  โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงปรับขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง  ขณะที่ราคาผลผลิตผันผวนตามสภาวการณ์ตลาดที่มีการแข่งขันสูงไม่สามารถกำหนดได้ 

               จึงคิดหาวิธีที่จะช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือนและลดต้นทุนการผลิต  โดยยึดหลักปรัชญา                          * เศรษฐกิจพอเพียง *   ในปี 2551 ได้เริ่มทำสารกำจัดแมลง  เช่น  สารสกัดซากพืช จากเชื้อจุลินทรีย์ EM   ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยน้ำหมัก  ปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยหมักแห้ง โดยใช้วัสดุเหลือใช้หรือเศษวัสดุอื่นๆ ไว้ใช้เอง  ทำน้ำส้มควันไม้เพื่อฆ่าแมลงแทนสารเคมี ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์เพื่อให้ผลผลิตตลอดทั้งปี เลี้ยงปลานิลแปลงเพศเพื่อให้โตเร็ว ทำโรงอาหารปลา โดยใช้ฟางข้าวและมูลสัตว์ (สุกร, ไก่, เป็ด) เพื่อลดต้นทุน  ทำบ่อแก๊สชีวภาพจากมูลสุกร  เพื่อได้แก๊สมาใช้ในการทำอาหาร อีกทั้งยังทำน้ำยาเอนกประสงค์ เช่น น้ำยาล้างจาน  สบู่เหลวเปลือกมังคุดน้ำยาซักผ้า น้ำยารีดผ้า แชมพูสระผม  ครีมนวดผม  โดยใช้พืชสมุนไพรที่ปลูกไว้เป็นส่วนผสม  เพื่อไว้ใช้เองและขายอีกด้วย ผลจากการช่วยตัวเองโดยไม่พึ่งปัจจัยการผลิตจากภายนอก ช่วยลดรายจ่ายทั้งต้นทุนอาชีพและในครัวเรือนได้เป็นอย่างมาก ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินเหลือเก็บออมเป็นบางส่วน ภาระหนี้สินก็เริ่มลดลงตามลำดับ ปัจจุบันไม่มีหนี้  มีเงินซื้อที่ดิน 1 แปลง  เนื้อที่  5 ไร่  3 งาน โดยแบ่งพื้นที่                     เพื่อทำเกษตรทฤษฎีใหม่   ดังนี้

1

ทำนา  2 ไร่ 

คำจำกัดความ
“ปลูกทุกอย่างที่เรากิน กินทุกอย่างที่เราปลูก” 
ความรู้เฉพาะสาขา
1. อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี (ครูบัญชีอาสา) เคยได้รับคัดเลือกเป็นอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี ปี 2555 จากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
2. ราษฎรนำความรู้ไปใช้และขยายผลดีเด่น ตามโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประจำปี 2555 ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อยู่ระหว่างส่งประกวดระดับประเทศ)
สนับสนุนโดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
3. อาสาสมัครเกษตรด้านประมง
4. อาสาสมัครเกษตรด้านปศุสัตว์
5. อาสาสมัครแรงงาน (แกนนำกลุ่มในการก่อตั้งกลุ่มเพาะเห็ดนางฟ้าจากฟางข้าว)
6. อาสาสมัครผู้ดูแลผู้สูงอายุ
7. ประธานศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน
8. ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าวชุมชน
9. คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล
10. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
11. สารวัตรกำนัน
12. กรรมการกลุ่มเกษตรกรทำนาตำบลกุดชุมแสง
13. กรรมการสภาวัฒนธรรม
14. คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน
15. คณะกรรมการหมู่บ้าน
16. ลูกเสือชาวบ้าน
การผลิต/การปลูก/การเลี้ยง
รูปภาพ

 
สงวนลิขสิทธิ์ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ | เสนอแนะ-ติชม webmaster@moac.go.th | Call Center 1170